ภารกิจที่ 7/1 วิเคราะห์เพลงนิราศ

ภารกิจที่ 7/1 วิเคราะห์เพลงนิราศ
เพลง : นิราศเวียงพิงศ์
ศิลปิน : ทูล ทองใจ
          โอ้ เวียงพิงค์ดังเวียงสวรรค์
สวยกว่าถ้อยคำเสกสรร ที่พรรณาเปรียบเปรย
แดนไหนอื่น หมื่นแสนบ่แม้นได้เลย
เฮานี้สุดหาถ้อยเอ่ย เปรียบเปรยงามนั้นได้หนา
หากใครแม้น เที่ยวไปได้เห็นสักครา
เขาคงจะจำติดตา ตรึงอุรามิเคยเสื่อมคลาย
คู่ เวียงพิงค์คือปิงสุดงาม
สวยอยู่บ่เคยเสื่อมทราม ช่างงามซึ้งใจบ่วาย
น้ำใสเย็น มองเห็นจนพื้นหาดทราย
ปลาน้อยแตกฝูงกระจาย อยู่ในธาราน่าชม
ช่างพาฝัน งามนั้นชวนฉันชื่นชม
ฉันพลอยคลายความโศกตรม นั่งชมน้ำปิงสุขใจ
เบื่อ ลำน้ำเฮาไปแอ่วดอย
ผาเงิบชวนเพลินใช่น้อย
แอ่วดอย แสนเพลินกระไร
มีน้ำตก และนกบินร้องก้องไพร
ยินเสียงมันแล้วสุขใจ สุขใดบ่มีเปรียบปาน
โอ้เวียงพิงค์ แม้ฉันจากไปแสนนาน
แต่ความหมุนเวียนแห่งกาล บ่ได้ทำให้ข้าลืม
เบื่อ ลำน้ำเฮาไปแอ่วดอย
ผาเงิบชวนเพลินใช่น้อย
แอ่วดอย แสนเพลินกระไร
มีน้ำตก และนกบินร้องก้องไพร
ยินเสียงมันแล้วสุขใจ สุขใดบ่มีเปรียบปาน
โอ้เวียงพิงค์ แม้ฉันจากไปแสนนาน
แต่ความหมุนเวียนแห่งกาล บ่ได้ทำให้ข้าลืม




วิเคราะห์เพลง
เพลง : นิราศเวียงพิงศ์
ศิลปิน : ทูล ทองใจ
ประวัติเพลง
          เพลงนิราศเวียงพิงศ์ มาจจากกลอนนิราศ โดยไม่ปรากฏผู้แต่งเพลง แต่ เพลงนิราศเวียงพิงศ์ ทำนองการร้อง จะมีคนนำมาร้องหลายคนแต่ทำนองที่ได้รับการนิยมที่สุดคือ ทำนองของ ทูล ทองใจ เพลงนี้เป็นการเล่าถึงการเดินทางไปเวียงพิงศ์ หรือ แม่น้ำปิงนั่นเอง ซึ่งในเพลงจะมีการพรรณนาความสวยงามของแม่น้ำปิง ระหว่างการเดินทางไปแม่น้ำปิงจะผ่านสถานที่ต่าง ๆ ผู้แต่งก็จะได้พรรณนาถึงความงามของสถานที่นั้น และแทรกอารมณ์ความรู้สึกของผู้แต่งเข้าไปด้วย อย่างเช่น อารมณ์เศร้า เหงา คิดถึงคนรัก
1. จุดประสงค์ในการแต่ง
          เพื่อเล่าถึงเส้นทาง การเดินทางไปเวียงพิงศ์ ระหว่างการเดินทางไปก็ผ่านสถานที่ต่างๆ เช่น แม่น้ำปิง ผาเงิบ และ น้ำตก ระหว่างการเดินทางและบอกเล่าถึงสิ่งที่พบเห็นระหว่างการเดินทาง ขณะเดียวกันก็สอดแทรกความคิด ความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางนั้น อย่างเช่น ความรู้สึกเศร้า เหงา คิดถึง และอาลัยคนรัก โดยมักจะเชื่อมโยงสิ่งที่พบเห็นกับความรู้สึกภายในจิตใจของผู้แต่ง
2. โครงเรื่อง
          2.
1 ผาเงิบ
          2.
2 น้ำตก
          2.
3 เวียงพิงค์
3. ภาษา
การใช้โวหาร
          3.1 พรรณนาโวหาร โวหารที่กล่าวถึงความงามของธรรมชาติ สถานที่ หรือ ความรู้สึกนึกคิดอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความซาบซึ้ง และเกิดอารมณ์ความรู้สึก คล้อยตาม โดยใช้ถ้อยคำที่มีความไพเราะ และความหมายที่ลึกซึ้ง น่าสนใจ ให้ผู้อ่าน ประทับใจ  
          ในเพลงจะมีการใช้พรรณนาโวหารในเพลงเพื่อให้เห็นผู้ฟังมองเห็นและจินตนาการตามฉากที่เกิดขึ้นในเพลงอย่างเช่น ฉากธรรมชาติในเพลง  และผู้แต่งยังแทรกความรู้สึกนึกคิดเข้าไปในเพลงด้วย การพรรณนาเช่นนี้ทำให้ผู้ฟังรู้สึก จินตนาการ และมองเห็นภาพที่ผู้แต่งพรรณนาได้อย่างสมจริง
          3.2 อุปมาโวหาร คือ การเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับสิ่งหนึ่งโดยใช้คำเชื่อมที่มี ความหมายเช่นเดียวกับ คำว่า เหมือน เช่น ดุุจ ดั่ง ราว ราวกับ เปรียบ ประดุจ เฉก เล่ห์ ปาน ประหนึ่ง เพียง เพี้ยง พ่าง ปูน ฯลฯ
           ในเพลงจะมีการใช้อุปมาโวหาร อุปมาโวหาร ดังตัวอย่างต่อไปนี้
         
โอ้ เวียงพิงค์ดังเวียงสวรรค์สวยกว่าถ้อยคำเสกสรร ที่พรรณนาเปรียบเปรยแดนไหนอื่น หมื่นแสนบ่แม้นได้เลย
          ในตัวอย่างข้างต้น จะมีการใช้อุปมาโวหาร คือ เปรียบความสวยของเวียงพิงศ์ ดั่งเมืองสวรรค์
          3.3 อติพจน์ คือ โวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อสร้างและเน้นความรู้สึกและอารมณ์ ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ภาพพจน์ชนิดนี้นิยมใช้กันมากแม้ในภาษาพูด เพราะเป็นการกล่าวที่ทำให้เห็นภาพได้ง่ายและแสดงความรู้สึกของกวี
          3.4 อุปลักษณ์ คือ การเปรียบว่าสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง โดยนำสิ่งสองสิ่งที่ต่างจำพวกกันแต่มีลักษณะเด่นเหมือนกันมาเปรียบเทียบกันเช่นเดียวกับอุปมา และใช้คำที่แสดงความเปรียบว่า เป็น คือ
          ในเพลงจะมีการใช้โวหารอติพจน์ และ อุปลักษณ์ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
         
คู่ เวียงพิงศ์คือปิงสุดงาม สวยอยู่บ่เคยเสื่อมทราม ช่างงามซึ้งใจบ่วาย น้ำใสเย็น มองเห็นจนพื้นหาดทราย
          ในตัวอย่างข้างต้นมีการใช้อุปลักษณ์โวหาร คือ เปรียบเวียงพิงค์ คือ แม่น้ำปิง โดยใช้คำเปรียบคือ คำว่า คือ
          ในตัวอย่างข้างต้นมีการใช้โวหารอติพจน์ คือกล่าวเกินจริง ว่า เวียงพิงสวยจนทำให้หัวใจเกือบวายเพราะความสวยของแม่น้ำปิง


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ภารกิจที่ 1/1 จากบ้านนามาร่ำเรียน